Tag Archive เทคนิคการลงทุน

วิธีวัดผลความสำเร็จทางการเงิน

วิธีวัดผลความสำเร็จทางการเงิน การลงทุนง่ายๆ

พฤติกรรมของผู้ที่ประสบความสำเร็จทางการเงินและการลงทุน พวกเขาจะมีมาตรฐานและระเบียบวินัยในการจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงสิ่งที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงนั้นก็คือ วิธีวัดผลความสำเร็จทางการเงิน การวัดความสำเร็จของเป้าหมายรวมถึงพฤติกรรมที่กำลังเป็นความเสี่ยงด้านการเงิน

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีวัดผลความสำเร็จทางการเงิน การลงทุนง่ายๆ ซึ่งมันสามารถดูหลากหลายด้านมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการจดรายรับรายจ่าย ใน Excel แล้วแบ่งประเภทค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงพอร์ตการลงทุนไว้ด้วย ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย

 

1. ความสำเร็จในการบริหารเงิน

คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญของรายจ่ายมากกว่ารายได้ เลยจะต้องดูว่ารายจ่ายในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร ซึ่งรายจ่ายหลักๆ ก็คือ

1) รายจ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้าจะกินหรูก็กินได้ แต่อย่ากินทุกวันจนค่าใช้จ่ายตรงนี้เยอะจนติดเป็นนิสัยการใช้เงิน การเพิ่มค่าใช้จ่ายมันง่าย แต่ลดน่ะยากมาก

2) รายจ่ายพิเศษ รายจ่ายนานๆ พวกไปเที่ยวต่างประเทศ จ่ายเพื่อซื้อเครื่องเกมส์ ทีวี ฯลฯ จัดสรรเมื่อมีเงินเหลือเยอะระดับนึงแล้วค่อยใช้ จะไม่ใช่แนว รูดๆ ไปก่อน เดี๋ยวค่อยคิดว่าจะหาเงินมาจ่ายที่หลังยังไง

3) รายจ่าย (เงินออม) เพื่ออนาคตจะวางแผนเกษียณหรือสร้างอนาคตจะต้องมีเงินออมก่อน แล้วมองว่ามันคือ “ค่าใช้จ่าย” เพื่อสร้างความมั่งคั่งพื้นฐานในอนาคต เช่น จ่ายค่าประกัน จ่ายเพื่อการลงทุน (ถ้าไม่จ่ายตอนนี้ อนาคตไม่มีกิน) และค่อยต่อยอดด้วย “การออม” เพื่อสร้างฐานะให้ดีขึ้นตามไลฟ์สไตล์ที่เราอยากเป็น

 

2. ความสำเร็จในการสร้างรายได้

แต่ละวันค่าครองชีพมีแต่แนวโน้มจะแพงขึ้น การมีรายได้ลดลงเนี่ยอาจจะทำให้กลุ้มใจได้ หากเราทำงาน มีผลงานและประสบการณ์ทำงานมากขึ้น โอกาสได้เงินเดือนเพิ่มก็เยอะครับ แต่อย่างว่านะครับในแต่ละองค์กรนั้นมักจะมีการจัดการต่างกัน บางทีเราอาจจะเก่งแต่ยังไม่ถึงเวลาที่ในการปรับเงินเดือน ก็อย่าลืมตั้งใจทำงานต่อไปนะครับ

สำหรับการทำงาน Freelance ก็ต้องตั้งเป้าหมายเหมือนกันในเรื่องรายได้ ในช่วงปีแรกๆอาจจะยังไม่มีใครรู้จัก แต่ถ้าเราสร้างชื่อเสียงมากขึ้น มันย่อมมีงานมากขึ้น สามารถเพิ่มค่าตัวให้ตัวเองได้มากขึ้นเช่นกัน ปีต่อไปก็จะตั้งเป้าให้สูงขึ้น ต้องสร้างผลงานมากขึ้น

 

3. ความสำรวจเสี่ยงต้องระวัง เพื่อไม่ให้กระทบการเงิน

ความเสี่ยงเป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตมากเพราะมันส่งผลกระทบทางด้านการเงินสูง ซึ่งความเสี่ยงจริงๆมีหลายรูปแบบจะวัดผลในเชิงการคาดการของตัวเองว่าจะเกิดผลอย่างไร แล้วมันจะเป็นอย่างไร เช่น

1) ความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้เงิน เช่น ถ้ารายได้ผันผวน แล้วเรากำลังต้องก่อหนี้ก้อนใหญ่ๆ ที่จำเป็น ซึ่งมีโอกาสทำให้เราช็อตเงินได้

2) ความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน เช่น โอกาสเจ็บป่วยแล้วทำงานไม่ได้จะจัดการอย่างไร พ่อแม่แก่แล้วถ้าเราเป็นอะไรไปจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ตรงนี้ก็จะกลับมาในเรื่องของประกันความเสี่ยงต่างๆ

 

4. ความสำเร็จในการลงทุน

แต่ละเดือนแต่ละปีถ้าเราจัดการเรื่องรายรับรายจ่ายและบริหารเงินทองได้ รายได้เพิ่ม รายจ่ายควบคุมได้ ยังไงต้องมีเงินออมเพิ่มออกมาแน่ๆ ซึ่งเราสามารถนำมาลงทุนต่อยอดความมั่งคั่งให้กับตัวเอง

1) วัดผลการสร้างวินัยในเป้าหมายระยะสั้น แต่ละเดือนแต่ละปีจะต้องออมเพิ่มขึ้นอย่างไร เรามีอะไรมากขึ้นมาบ้างจากเวลาที่ผ่านมา ในส่วนของเงินออมที่จะนำมาลงทุน ปีนี้เริ่ม DCA ที่ 1,000 บาท ปีต่อไปเงินเดือนขึ้นจะซื้อมากขึ้นเป็น 2,000 บาท 5,000 บาทดีไหม เพราะฉะนั้นแล้วเงินทุนที่เรานำไปลงทุนต่อปีมันจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

2) วัดผลเป้าหมายในระยะยาว เช่น ต้องมี 1 ล้านแรกให้ได้ หรือ จะต้องมี 10 ล้านให้สามารถใช้ในยามเกษียณได้อย่างไม่ลำบาก ในการวางแผนนี้มันจะสอดคล้องกับระยะสั้นด้วยนะ

ลงทุนหุ้นได้ไหม ? ถ้ามีเงิน 5,000 บาท

ลงทุนหุ้นได้ไหม ? ถ้ามีเงิน 5,000 บาท

ในบทความนี้เราก็จะมีพูดถึงคำถามที่หลายๆคนสงสัยกันว่า ลงทุนหุ้นได้ไหม ? ถ้ามีเงิน 5,000 บาท ตอบตามตรงเลยว่า……ได้อยู่แล้ว ทำไมจะไม่ได้หล่ะ เพียงแต่ว่าลักษณะของการลงทุนนั้นอาจจะไม่ใช่ลักษณะของการลงทุนโดยตรงซะทีเดียว แต่จะเป็นการลงทุนทางอ้อมโดยจะมีผู้เชี่ยวชาญอย่างกองทุนรวมตราสารหนี้ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสำหรับนักลทุนรายย่อยทั่วไป ที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็น การกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นกู้หลายๆรุ่น และ กระจายความเสี่ยงในเรื่องของจังหวะเวลาซื้อขายแทนนักลงทุน ส่วนจะมีกองทุนรวมแบบไหนบ้างนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำกันว่าเราจะ ลงทุนหุ้นได้ไหม แล้วถ้าลงทุนได้จะลงทุนหุ้นตัวไหนดี ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มดูกันได้เลย

ลงทุนหุ้นได้ไหม ? ถ้ามีเงิน 5,000 บาท

 

#1. กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ ยกตัวอย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาล บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ เป็นต้น ซึ่งมันมีความเสี่ยงในระดับต่ำ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภท โดยที่เราสามารถเลือกระดับความเสี่ยงได้จากนโยบาลการลงทุนของกองทุนว่ากระจายการลงทุนไปตราสารกหนี้ประเภทใดบ้าง ตราสารหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนเท่าใดได้อีกด้วย

#2. กองทุนรวมตลาดเงิน คือ กองทุนที่มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากออมทรัพย์นิดหน่อยแถมยังมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงหรือเป็นเงินก้องที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินแล้วแน่นอนในอนาคตได้นั้นเอง

#3. กองทุนรวมหน่วยลงทุน คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในหน่วยลงทุนที่จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม มีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้นเพราะมีการกระจายการลงทุนไปหลายกองทุน ซึ่งมันเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการกระจายควาเสี่ยงในการลงทุนมากที่สุด

#4. กองทุนรวมผสม คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน ไม่เกินร้อยละ 65 และไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ดังนั้น กองทุนรวมผสมจะลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นพร้อมๆ กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเหมือนกัน กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ ผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับแนวทางการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้แนะนำไป สิ่งที่สำคัญของการลงทุนตราสารหนี้ก็จำเป็นที่จะต้องเลือกดูนโยบาลการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง และประเภทของกองทุนว่าเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว เพราะการที่เราศึกษานโนบายการลงทุนของกองทุนให้ดีก่อนนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงหรือความเข้าใจในกองลงทุนรวมแต่ละประเภท สุดท้ายนี้ก่อนที่ทุกคนจะลงทุนกับอะไรซักอย่างจะต้องศึกษาเกี่ยวกับกองทุนรวมที่จะทำการลงทุนซะก่อนเป็นอย่างแรก ประเภทของกองทุนรวมนั้นมีหลายประเภทโดยผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะแตกต่างกันออกในแต่ละกองทุนรวม โดยที่เราก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามเว็บไซต์ทั่วไป หรือสามารถเข้าไปสอบถามกับพนักงานของธนาคารที่เราจะไปลงทุนนั้นได้เลย ซึ่งเขาก็จะมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำกองทุนรวมที่เหมาะสมกับสภาพความคล่องทางการเงินของเราเอง

4 วิธีสุดฮิต ที่ทำให้เงินสามารถทำงานแทนคุณได้

4 วิธีสุดฮิต ที่ทำให้เงินสามารถทำงานแทนคุณได้

วิธีง่าย ๆ ในการเพิ่มเงินออม คือ ต้องเพิ่มรายรับ หรือ การลดรายจ่าย ถ้าลดรายจ่ายเราสามารถทำได้ทันที แต่ถ้าหากจะเพิ่มรายได้ต้องใช้เวลาในระยะยาว ซึ่งถ้าเป็นไปได้เราขอแนะนำทั้งสองวิธีเลยละกัน คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมถ้าหากเราสามารถที่จะเพิ่มรายรับเองได้โดยการให้เงินทำงานแทนเรา ก่อนที่เราจะมาเริ่มพูดถึงเรื่องการเพิ่มรายได้กันนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของรายได้กันก่อนเลย โดยที่ประเภทของรายได้นั้นมี 2 ประเภทนั้นก็คือ  รายได้หลัก(Active Income) คือ รายได้ที่เกิดขึ้นเมื่อเราทำงาน งานประจำที่ทำอยู่ งานรับจ้าง งานขายของทั้งหลาย ล้วนเป็น Active Income ถ้าเกิดวันดีคืนดีเราหยุดทำงาน หรือทำงานไม่ได้ เงินก็หายไปทันที ส่วน รายได้ทางอ้อม(Passive Income) คือ รายได้ที่ไม่ต้องใช้เวลาทำงานเพื่อแลกเงิน แต่กลับสร้างรายได้ให้กับเราเพิ่มขึ้น ซึ่งนั้นก็คือสิ่งที่เราจะมาแนะนำ 4 วิธีสุดฮิต ที่ทำให้เงินสามารถทำงานแทนคุณได้ ให้กับเพื่อนๆกันนั้นเอง

 

4 วิธีสุดฮิต ที่ทำให้เงินสามารถทำงานแทนคุณได้

1. สร้างรายได้จากอินเตอร์เน็ต

การสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ สร้างรายได้จากเว็บไซท์ใดๆก็ได้ที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต ตามกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การคลิกลิงค์ การขายสินค้า หรือแม้แต่การสมัครสมาชิก  โดยเราจะได้ค่านายหน้าแต่เปอร์เซ็นต์ที่เจ้าของสินค้าหรือบริการนั้นเป็นผู้กำหนด บางคนอาจจะเริ่มต้นจากการทำเวปไซด์ ทำบล็อก แล้วเขียนบทความต่างๆ หลังจากนั้นถ้าประสบความสำเร็จ มีคนเข้าเวปมากมาย ก็เตรียมตัวรอรับเงินได้เลย

2. การตลาดแบบขายตรง

การเสนอขายสินค้าแบบบุคคลโดยบริษัทจะเสนอสินค้าให้เราได้ขายอย่างอิสระทั่วไป และจะได้รับผลตอบแทนจากสินค้าที่ขายได้และจากการหาลูกข่าย ถ้าหากเราสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาในระดับที่องค์กรกำหนดไว้ เราก็จะได้รับผลตอบแทนลูกข่ายและสินค้าที่ลูกข่ายขายได้อีกด้วย

3. ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

การสร้าง หอพัก คอนโด โรงแรม และทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งเราจะมีรายได้จากค่าเช่าที่ผู้เช่าจ่ายให้ แถมยังได้กำไรที่เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง ส่วนวิธีนี้ก็คงจะเหมาะสำหรับคนที่มีความพร้อมทางการเงินระดับหนึ่งเลย แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

4. ลงทุนในสินทรัพย์การเงินต่างๆ

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกสามารถศึกษาและเริ่มทำกันได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน หุ้น, กองทุนรวม, ทองคำ ฯลฯ โดยการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ มันอยู่ที่ว่าเรามีความเข้าใจเรื่องการลงทุนและยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน สำหรับบางคนที่มีความเข้าใจเรื่องการลงทุน และยอมรับความเสี่ยงได้มาก อาจจะเลือกลงทุนในหุ้นรายตัว ทองคำ หรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอื่นๆ

 

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกทุกคนว่า วิธีการสร้าง Passive Income นั้นยังมีอีกมากมาย ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าใครถนัดและถูกใจแบบไหนมากกว่า เพราะว่าการที่เราจะลงทุนกับอะไรซักอย่างเราก็ควรที่จะมีความรู้และความเข้าใจในสิ่งนั้นระดับหนึ่งพอสมควร แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะระวังไว้เลยเกี่ยวกับ Passive Income นั้นก็คือ ไม่ใช่ว่าเราเอาเงินไปลงทุนแล้วจะเพิ่มรายได้ได้ทันทีทันใด ทั้งนี้เราจะต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ รวมไปถึงประสบการณ์อีกมากมายในการที่จะทำให้เงินที่เราลงทุนไปนั้นมันกำไรและรายได้ที่ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอนั้นเอง

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การเริ่มต้นเลือกแหล่งที่ลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งการลงทุนนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบจนบางครั้งก็สับสนแล้วยากต่อการตัดสินใจ เรื่องพวกนั้นอาจจะต้องทำความเข้าใจไปซักระยะพอสมควร แต่เรา loaneasy-payday.net จะมาทำความรู้จักกับ 5 วิธีลงทุนง่ายๆ การลงทุนประเภทต่าง ๆ กันดีกว่าว่ามันมีอะไรบ้าง ถ้าหากว่า พร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย

 

เรามาเริ่มต้นจาก การลงทุนด้วยเงินฝากจากธนาคาร

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แถมไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนมากอีกด้วย และที่สำคัญ ไม่จำเป็จะต้องหาข้อมูลอะไรมากมายเหมือนการลงทุนอื่น ๆ แต่มันก็มีข้อเสียเปรียบอยู่ที่วิธีนี้จะมีผลตอบแทยที่ต่ำ ซึ่งในปัจจุบัน ธนาคารส่วนใหญ่จะมีดอกเบี้ยจากการเงินฝากอยู่ที่ 0-3% ต่อปี เท่านั้น มาดูกันว่าจุดเด่นของการลงทุนแบบนี้กัน

  1. มีความเสี่ยงต่ำมาก หรือแทบไม่มีความเสี่ยงเลย
  2. สภาพคล่องขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี
  3. ถ้าต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น ต้องใช้เงินฝากจำนวนมาก

 

การลงทุนด้วย พันธบัตร

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

เป็นการลงทุนในอีกระดับหนึ่ง โดยการลงทุนประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการลงทุนด้วยเงินฝากกับธนาคาร ผู้ที่ซื้อพันธบัตรจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ ผู้ออกบัตรจะมีฐานะเป็นลูกหนี้ นั้นเอง ซึ่งการลงทุนด้วยพันธบัตรก็จะมีจุดเด่นคือ

  1. อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าการลงทุนแบบเงินฝาก
  2. สภาพคล่องทางการเงินขึ้นอยู่กับระยะไถ่ถอน
  3. ความเสี่ยงต่ำ

 

การลงทุนด้วย กองทุนรวม

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

เป็นการลงทุนที่จะนำผู้ลงทุนหลาย ๆ คนมารวมกัน โดยให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซึ่งจะมีผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาช่วยในมาบริหารจัดการเงินทุนก้อนนั้น แถมประเภทของกองทุนก็มีหลากหลาย ตั้งแต่กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม ฯลฯ การลงทุนแบบนี้มีจุดเด่นอยู่นั้นก็คือ

  1. เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่
  2. มีผลตอบแทนที่สูง และมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
  3. บางกองทุนรวม มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อและขายได้

 

การลงทุนด้วย ทองคำรูปพรรณ

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

เป็นการลงทุนที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย เนื่องจากทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ซึ่งมีการลงทุนในทองคำหลากหลายรูปแบบ แต่เราจะมีกล่าวถึงแค่เพียงทองคำรูปพรรณเป็นหลัก โดยจุดเด่นของการลงทุนประเภทนี้ก็มีอยู่เช่นกันนั้นก็คือ

  1. ทองคำรูปพรรณต้องเก็บรักษาเป็นอย่างดี
  2. สภาพคล่องสูง เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย
  3. มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง

 

การลงทุนด้วย หุ้น

5 วิธีลงทุนง่ายๆ เข้าใจการลงทุนได้ทันที

การลงทุนประเภทนี้จะเป็นการลงทุนที่แตกต่างจากกองทุนรวม โดยสามารถเลือกซื้อจากธุรกิจที่เราต้องการได้ ตัดสินใจเองได้ด้วย ซึ่งการลงทุนในหุ้น มีจุดเด่นดังนี้

  1. ผลตอบแทนสูงมาก และมีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน
  2. ต้องศึกษาความรู้ในหุ้นที่เราลงทุน
  3. ต้องมีเวลาในการติดตามผลการลงทุนสม่ำเสมอ

 

ทั้งนี้การลงทุน ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ จะเสี่ยงมากหรือน้อยก็ถึงอยู่กับประเภทของการลงทุนเป็นหลัก ซึ่งการลงทุนที่มาแรงในช่วงนี้คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวเป็นการลงทุนแนวใหม่ที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ก็หวังว่า 5 วิธีลงทุนง่ายๆ ที่เราเอามาแนะนำในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้กันนักลงทุนทุกๆท่านนะครับ

เทคนิคการลงทุน สไตล์ มนุษย์เงินเดือน

เทคนิคการลงทุน สไตล์ มนุษย์เงินเดือน!!!

เทคนิคการลงทุน สไตล์ มนุษย์เงินเดือน ที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนนั้นใครว่ามันไม่มี เพียงแต่การลงทุนที่จะทำให้เงินก้อนเล็กๆกลายเป็น เงินก้อนโต ได้โดยไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวนั้น มันค่อยข้างจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น วันนี้ loaneasy-payday.net เลยจะมาพูดถึง เทคนิคการลงทุน บางส่วนที่จะมาช่วยในการทำให้เงินก้อนเล็ก ๆ ที่คุณมีนั้นกลายเป็นเงินก้อนโตได้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย

เทคนิคการลงทุน สไตล์ มนุษย์เงินเดือน

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด

การที่เราจะเก็บเงิน หรือแม้กระทั้งการจะลงทุนกับอะไรก็ตาม เราจะต้องมีเป้าหมายในการจะทำสิ่ง ๆ นั้นด้วยว่า เราทำไปเพื่ออะไร และเป้าหมายของการลงทุนครั้งนี้คืออะไร ซึ่งการที่เรา ตั้งเป้าหมาย ได้นั้นจะช่วยให้เรา วางแผนการลงทุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดียิ่งขึ้น

ควรมีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน

สิ่งนี้เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในกรณีที่เิกดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราควรที่จะมี เงินสำรองและแผนสำรอง เผื่อไว้ด้วย เพราะในทุก ๆ การลงทุน ย่อมมีช่วงเวลาที่เกิดเหตุที่ไม่เป็นไปต่างแผนของเราแน่นอน การมีเงินสำรองไว้จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อยนั้นเอง

ศึกษา/หาข้อมูล เกี่ยวกับสิ่งที่จะลงทุน

หากเราลงทุนในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือสิ่งที่เรารู้จริงจะทำให้เราสนุกกับสิ่งนั้นไปได้นาน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากเลย มันจะทำให้คุณเดินไปเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างรวดเร็ว ดีกว่าการมานั่งศึกษาในสิ่งที่คุณไม่รู้เลยใหม่ตั้งแต่ต้น นอกจากการหาข้อมูลแล้ว การที่เรามีที่ปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำที่ดีด้วยนั้น จะช่วยให้เราเอาความรู้ใหม่ ๆ หรือคำแนะนำต่าง ๆ มาช่วยในการพัฒนาหรือแก้ปัญหาได้ในการลงทุนของเราได้ด้วย

การวางแผนการลงทุน

การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินประโยคแบบนี้มาไม่ใช่น้อย และการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนการลงทุนของเรานั้นเอง การที่เรามีเงินที่จะลงทุนจำกัด ควรจะนำเงินไปลงทุนในด้านของการฝากเงินออมทรัพย์ ส่วนคนที่มีเงินมากพอที่จะรับความเสี่ยงนั้นได้ อาจจะมีการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเลยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่แย่เหมือนกัน แต่ย้ำนะว่าเหมาะสำหรับคนที่พอจะรับความเสี่ยงที่สูงได้ เท่านั้น!!!

เลือกทำธุรกิจเล็ก ๆ

การจะเริ่มทำการลงทุนโดยไม่มีประสบการณ์ด้านนั้นเลย ถือว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงต่อการล้มเหลวมาก ๆ การที่จะเริ่มต้นลงลทุนกับธุรกิจเล็ก ๆ จะทำให้เราได้รู้เทคนิค วิธีการบริหาร ปัญหาของการทำธุรกิจ เพราะหากธุรกิจนั้นล้มเหลวก็ยังเสียเงินทุนไม่มากนัก แลกกับประสบการณ์ที่ได้มาก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว และหากเมื่อไหร่ที่ธุรกิจที่ทำอยู่ รอดได้ แล้วหล่ะก็ โอกาสที่คุณจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบไหนก็อย่าลืม เก็บเงินออม ไว้ด้วยนะ แบ่งสัดส่วนของเงินให้ชัดเจนว่า เงินส่วนไหนที่จะเก็บไว้ลงทุน เงินส่วนไหนที่จะเก็บไว้ออมทรัพย์ เพื่ออนาคตข้างหน้า ยังไงก็ลองมองหาแนวทางการลงทุนของตัวเองดู ทำให้สิ่งที่ชอบ และรักในสิ่งที่ทำ จะทำให้คุณมีความสุขไปพร้อมกับการพัฒนาสิ่งเหล่านั้นไปด้วย