Monthly ArchiveDecember 2019

เริ่มมองหาการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ใกล้เวลาสิ้นปี

เริ่มมองหาการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ใกล้เวลาสิ้นปี

เริ่มมองหาการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ใกล้เวลาสิ้นปี พอใกล้เวลาสิ้นปี ถึงเวลาที่หลายๆ ท่านเริ่มมองหาการลงทุนใน กองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า โดยเฉพาะเพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี นักลงทุนส่วนใหญ่มักดูเรื่องเงื่อนไขการลดหย่อนและผลตอบแทนของกองทุนเป็นหลัก แต่อีกปัจจัยที่นักลงทุนกองทุนรวมไม่ควรมองข้ามนั้นคือ ค่าใช้จ่ายกองทุน’ ที่เหมือนเป็นตัวฉุดให้ผลตอบแทนที่ควรได้รับลดลง 

“แน่นอนว่าโลกนไม่มีอะไรได้มาฟรี เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของบริหารกองทุน แต่จะคุ้มหรือไม่ นักลงทุนควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเหล่านี้กับปัจจัยอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนด้วย”

ค่าธรรมเนียมหลัก ที่นักลงทุนควรรู้อย่างแรกที่เก็บโดยตรงจากนักลงทุนได้แก่ ‘ค่าธรรมเนียมการขาย’ หรือ ‘แรกเข้าเมื่อซื้อหน่วยลงทุน (Front-End Fee)’ และ ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน หรือ ‘เมื่อขายหน่วยลงทุน (Back-End Fee)’ ซึ่งหลายๆ ครั้งในการทำธุรกรรมนี้ ค่าธรรมเนียมได้ถูกหักออกจากเงินลงทุนทันทีก่อนที่จะได้หน่วยลงทุน หรือตอนขายก็จะถูกหักก่อนที่นักลงทุนจะได้รับเงิน 

“นักลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมนี้ก่อนทำการซื้อขายกับทาง บลจ. หรือใน หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) หัวข้อ ค่าธรรมเนียม เพื่อให้แน่ใจว่ากองทุนที่นักลงทุนไปนั้นมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้หรือไม่”

 

สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ จากตัวกองทุนรวมเองเทียบกับทรัพย์สินของกองทุน เรียกว่า ‘Total Expense Ratio (TER)’ ค่าใช้จ่ายนี้รวมถึง ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน (Register Fee) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Expenses) เช่น ค่าการตลาด ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย เป็นต้น  

“ดังนั้นในตัดสินใจเลือกกองทุนและเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย TER นี้ นักลงทุนต้องเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน โดยทั่วไป TER ของกองทุนประเภทตราสารหนี้มีค่าต่ำกว่า TER ของกองทุนประเภทหุ้นมาก การเทียบ TER ของกองทุนประเภทตราสารหนี้จึงไม่สามารถเทียบได้กับ TER ของกองทุนประเภทหุ้นได้เลย อีกทั้งผลประกอบการและความเสี่ยงของกองทุนสองประเภทนี้ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นหากนักลงทุนเปิดหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญเทียบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของ 2 กองทุน จึงต้องแน่ใจว่ากองทุนรวม 2 กองนั้นอยู่ในประเภทเดียวกัน จึงสามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม”

ค่าใช้จ่ายอีกประเภทคือ ค่าใช้จ่ายจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุน (Turnover Rate Expense)’ นักลงทุนสามารถดูค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้จาก อัตราส่วนหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (Portfolio Turnover Ratio: PTR)’ ซึ่งแสดงไว้ในรายงานประจำปีของกองทุน ยิ่งกองทุนมีการซื้อขายหุ้นบ่อย ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งสูง ทั้งนี้ขึ้นกับนโยบายการลงทุนของกองทุนแต่ละกองที่ลงทุนด้วย ว่าผู้จัดการกองทุนต้องการเน้นการลงทุนที่มีผลลัพธ์ ใกล้เคียง (Passive Fund)’ หรือ ‘ชนะดัชนีอ้างอิง (Active Fund)’ กองทุนที่มีนโยบายที่จะชนะดัชนีอ้างอิงก็มีแนวโน้มที่จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่ากองทุนที่เน้นมีผลลัพธ์ใกล้เคียงดัชนี เพื่อแลกเปลี่ยนกับความคาดหวังว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

 

 

สำหรับท่านที่เน้นการลงทุนเพื่อใช้สิทธิ ลดหย่อนภาษี เป็นหลัก ค่าธรรมเนียมที่นักลงทุนควรสนใจเช่นกันคือ  ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้าและออก หากนักลงทุนจำเป็นต้องทำการสับเปลี่ยนกองทุนเพื่อการปรับพอร์ตให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม 

“หรือหากกองทุนที่ลงทุนอยู่มีผลประกอบการที่ไม่เป็นตามที่ต้องการและเป้าหมายที่ตั้งใจไว้นัก นักลงทุนยังสามารถสับเปลี่ยนกองทุนประเภทเดียวกันจากกองหนึ่ง ไปยังอีกกองหนึ่งได้เช่นกัน ซึ่งหากนักลงทุนมีการสับเปลี่ยนกองทุนรวมบ่อย ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ก็เพิ่มขึ้น  แต่หลายๆ ครั้งการพิจารณาสับเปลี่ยนกอง อาจจะทำให้ผลประโยชน์โดยรวมการการลงทุนดีขึ้น หากมีการปรับพอร์ตที่เหมาะสม”

นอกจากกองทุนรวมที่เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว กองทุนรวมยังมี ‘นโยบายการลงทุน’ ที่หลากหลาย เช่น นโยบายลงทุนในหุ้น ทองคำ  อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาบริหารพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา อันเหตุมาจากด้วยภาระหน้าที่การงาน, ความต้องการใช้เวลาในการดูแลครอบครัว หรือความต้องการเวลาในการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบอื่นๆ 

 

นักลงทุนหลายๆ ท่านนิยมเลือกการลงทุนผ่านกองทุนรวมประเภทต่างๆ นี้ เนื่องจากมีมืออาชีพบริหารให้ และซื้อง่ายขายคล่อง หากเทียบกับทรัพย์สินบางอย่าง อาทิเช่น หุ้นบางบริษัทที่มีสภาพคล่องต่ำ ที่ดิน บ้าน คอนโด ที่อาจถึงขั้นต้องมาลุ้นกันว่าจะขายออกได้วันไหน โดยเฉพาะเวลาที่รีบใช้เงิน แนวโน้มต้องขายต่ำกว่าราคาที่ตั้งใจไว้ก็มีมาก กว่าจะได้คู่ผู้ซื้อผู้ขาย กว่าจะทำการตกลงราคากันได้ เงินลงทุนเพิ่มเติมที่ต้องปรับปรุงให้ที่ดิน บ้านหรือคอนโดให้ดูดี และเวลาที่ยืดเยื้อในการดำเนินการ เมื่อหักค่าใช้จ่ายซื้อขายต่างๆ ทั้งค่าใช้จ่ายที่เห็นได้ชัดและค่าใช้จ่ายแอบแฝง แล้วจะเหลือเท่าไหร่ ส่วนการลงทุนในกองทุนรวมนั้น มีตลาดรองรับการซื้อขายทุกวันทำการ มีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ชัดเจนตามระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ 

“ดังนั้นการลงทุน กองทุนรวม จึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประหยัดเวลา ศึกษาการลงทุนเองในเชิงลึก เช่น ข้อมูลบางอย่างที่นักลงทุนทั่วไปเข้าไม่ถึง และประหยัดเวลาดูแลพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิด  และมีสภาพคล่องสูง ทราบค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน” 

แต่ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุน ผู้ลงทุนควรศึกษา ‘ค่าธรรมเนียม’ และ ‘ค่าใช้จ่าย’ เหล่านี้ เทียบกับ ‘ผลตอบแทน’ ที่คาดว่าได้รับ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่ากองทุนที่นักลงทุนลงทุนไปได้ผลประกอบการงอกงามตามที่ได้ตั้งใจ

สถานะปัจจัยดึงดูดการลงทุน

สถานะปัจจัยดึงดูดการลงทุน

การตัดสินใจเพื่อการลงทุนในแต่ละครัั้ง แต่ละพื้นที่ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ความยากง่ายการทำธุรกิจ ค่าจ้างแรงงาน และที่สำคัญคือประสิทธิภาพแรงงาน

สำหรับประเทศไทยแม้จะมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งมีที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึง 600 ล้านคนเป็นตลาดที่น่าสนใจทัั้งด้านขนาดตลาด ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ส่วนใหญ่จีดีพีต่อปีเฉลี่ยมากกว่า 4-5% และที่สำคัญเป็นตลาดที่กำลังต้องการการบริโภคสินค้าใหม่ๆ มีพฤติกรรมตอบรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นโครงที่เกิดขึ้นเพื่อเสริมจุดแข็งให้ประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่ดึงดูดการลงทุนทั้งจากในประเทศ ในภูมิภาคและการลงทุนจากทั่วโลกด้วย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนของไทยเทียบกับอาเซียนด้วยกัน จะพบว่าไทยไม่ได้ได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

ดังนั้นการมีอีอีซี จึงเป็นอีกความหวังที่เชื่อว่าหากโครงการประสบความสำเร็จตามแผน จะทำให้ไทยเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของโลกหรืออย่างน้อยก็เป็นที่หนึ่งแห่งอาเซียน


5 เหตุผลทำไมต้องเลือกลงทุนต่างประเทศกับ BLS Global Investing

5 เหตุผลทำไมต้องเลือกลงทุนต่างประเทศกับ BLS Global Investing

5 เหตุผลทำไมต้องเลือกลงทุนต่างประเทศกับ BLS Global Investing ตลาดหุ้นไทยผันผวนออกไปลงทุนหุ้นต่างประเทศกับ “BLS Global Investing กันดีกว่า!! บริการลงทุนในหุ้นต่างประเทศตัวใหม่ล่าสุดของหลักทรัพย์บัวหลวงที่จะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นฮ่องกง และตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งครอบคลุมหุ้น และ ETFs กว่า 9,000 ตัวทั่วโลก เป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว ผ่านระบบเดียวกับหุ้นไทย ด้วยStreaming บนมือถือ หรือ Web-based ของหลักทรัพย์บัวหลวง…

ทำไมต้องลงทุนหุ้นต่างประเทศ ?

คุณรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ  ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่าย Offshore Trading & TFEX Product บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แชร์ข้อมูลการลงทุนที่น่าสนใจให้ฟังว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 3% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นเวียดนาม และตลาดหุ้นฮ่องกง ทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้เฉลี่ย 15% 9.5% และ 9.4% ตามลำดับ

thumbnail_P1200940

คุณรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ
ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่าย Offshore Trading & TFEX Product

สะท้อนว่า ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยเริ่มลดลง ยิ่งไปดูกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีที่ผ่านมา แทบไม่เติบโตเลย ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ชะลอตัว ฉะนั้นหากนักลงทุนไทยยังคงจำกัดการลงทุนอยู่เพียงแต่ภายในประเทศอาจสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ยาก ดังนั้นการกระจายความเสี่ยง ด้วยการหันไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่ดีในเวลานี้!!

ปัจจุบันการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ทำได้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าในอดีต เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำเงินออกนอกประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนรายย่อยจะได้ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากๆ อย่างการลงทุนผ่านบริการ BLS Global Investing เรากำหนดการฝากเงินครั้งแรกและโอนไปต่างประเทศขั้นต่ำเพียง 500,000 บาทเท่านั้น ส่วนฝากครั้งต่อไปไม่จำกัดขั้นต่ำ และไม่จำเป็นต้องคงเงินไว้จำนวนเดิมด้วย

888

“การลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยนวัตกรรมการลงทุนของบัวหลวงจะทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศง่ายขึ้น เพียงล็อคอินครั้งเดียวก็ลงทุนได้ทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ ที่สำคัญนักลงทุนยังทำการโอนถอนได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่นเดียวกับที่ใช้ลงทุนหุ้นไทย และระบบยังช่วยคำนวณเงินสกุลบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่จะลงทุนด้วย สะดวกมาก”

แบ่งเงินลงทุนหุ้นต่างประเทศเท่าไรดี ?

  • สัดส่วน 20% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้น้อย”
  • สัดส่วน 40% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้ปานกลาง”
  • สัดส่วน 60% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้สูง”
  • สัดส่วน 80% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้สูงมาก”

“การลงทุนในหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงในเรื่องของค่าเงินนอกจากราคาหุ้น ฉะนั้นแนะนำว่า การลงทุนหุ้นต่างประเทศจะมีโอกาสกำไรจากค่าเงินต้องลงทุนตอนที่ค่าเงินบาทกำลังแข็งค่า ซึ่งเวลานี้น่าจะเป็นจังหวะที่ดี ตอนนี้ค่าบาทอยู่เฉลี่ย 31.7 บาทต่อดอลลาร์ บัวหลวงมองแนวโน้มจะไปยืนแถวๆ 32.7- 32.8 บาทต่อดอลาร์”

1. อัดแน่น ด้วยรายงานข้อมูลจากทีมงานมากประสบการณ์และงานสัมมนาที่เข้มข้น

ข้อมูลสรุปสภาวะตลาดต่างประเทศ พร้อมหุ้นเด่นเด็ดโดนใจจากทีมงานมากประสบการณ์ รวมถึงงานสัมมนาจัดเต็มเจาะลึกทุกอณูการลงทุนต่างประเทศ ด้วยสาระการลงทุนรูปแบบใหม่จากทีมงานมากประสบการณ์อารมณ์ดี ที่พร้อมพาทุกท่านก้าวสู่การลงทุนอย่างมั่นใจ ไร้กังวล

ks seminar tech

2. ง่าย โอน-ถอน ดูพอร์ตรวม ทำได้แค่ปลายนิ้ว 

การโอน-ถอนเงิน หรือดูพอร์ตรวมทุกสินทรัพย์ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยระบบพอร์ต และระบบจัดการทางการเงินที่ทันสมัยของหลักทรัพย์บัวหลวง ซึ่งทำให้เรื่องลงทุนต่างประเทศกลายเป็นเรื่องหมูๆ

3. สะดวก ด้วยระบบซื้อขายที่ล้ำสมัยครบ จบ ตอบโจทย์ทุกการลงทุน

ล้ำด้วยฟังก์ชันซื้อขายและเครื่องมือการลงทุนที่ครบครัน หมดห่วงเรื่องการลงทุน นอกจากนี้เพียง Log-in เดียวท่านก็สามารถซื้อขายได้ทั้งหุ้นไทย และต่างประเทศ ผ่าน Mobile, Tablet หรือ PC หมดปัญหาการจำ Username และ Password หลาย Log-in เพื่อทำการซื้อขาย

6 เหตุผล...ทำไมต้องเลือกลงทุนต่างประเทศกับ Global Investing

4. สบาย หายห่วงเรื่องข้อมูลยื่นภาษีด้วยรายงานความเคลื่อนไหวเงินทุนประกอบการพิจารณาภาษี (Capital Movement Report For Tax Reference)

 ใหม่!! Capital Movement Report For Tax Reference

  • เปลี่ยนเรื่องการยื่นภาษีเงินได้สำหรับการลงทุนในต่างประเทศที่ดูยาก…ให้เป็นเรื่องง่าย
  •  สามารถติดตามรายงาน Capital Movement Report For Tax Reference เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการยื่นภาษีได้ด้วยตนเอง

ผ่านช่องทางทั้งหมด 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. Smartphone บน Application Streaming ในเมนู Global Investing  2. ผ่านเว็ปไซต์ของหลักทรัพย์บัวหลวง www.bualuang.co.th จากนั้น Login เข้าสู่ระบบ เลือกเมนูหลัก “Global Investing” จากนั้นเลือกเมนูย่อย “E-Documents” เพื่อดูรายงานความเคลื่อนไหวเงินทุนประกอบการพิจารณาภาษี

5. เจาะลึก มุ่งเน้นในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง เวียดนาม ครอบคลุมหุ้นและ ETFs กว่าหมื่นตัว

เปิดประตูสู่โลกการลงทุนในธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้นในระดับโลก ด้วยหุ้น และ ETFs กว่าหมื่นตัว ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ท่าน และช่วยกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของท่านค่ะ

หากท่านใดสนใจลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ กับ BLS Global Investing
สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศได้ง่ายๆ

OpenGL