Monthly ArchiveOctober 2019

อก่อนการลงทุน

ก่อนการลงทุน เริ่มต้นเก็บเงิน เราต้องเริ่มที่เป้าหมายการเงิน

ก่อนการลงทุน เริ่มต้นเก็บเงิน เราต้องเริ่มที่เป้าหมายการเงิน

1. เราจะเก็บเงินก้อนนี้ไปทำอะไรบ้าง? 

ถ้าเราให้เรื่องการเก็บเงินเหมือนการไปท่องเที่ยวที่เราต้องรู้ก่อนว่าจะขับรถไปเที่ยวที่ไหน การเก็บเงินอย่างไร้จุดหมายก็เหมือนการขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าอีกไกลมั้ยจะถึงที่ท่องเที่ยว

ไม่ชัดเจน

ถ้าเราไม่รู้ว่าจะขับรถไปที่ไหนแล้วขับไปเรื่อยๆ นอกจากเสียเงินค่าน้ำมันรถแล้ว ยังเสียเวลาอีกด้วย การเก็บสะสมเงินก็เช่นกัน ถ้าเราเก็บเงินไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเก็บไปถึงเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ เก็บที่ไหน เพราะเป้าหมายการเงินของเราไม่ชัดเจน ภาพในอนาคตมันก็เบลอๆไปด้วย

ชัดเจน

ถ้าเรารู้แล้วว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ก็จะรู้ว่าตอนนี้ควรทำอะไรบ้าง เช่น อีก 1 ปีจะไปเที่ยวเชียงใหม่ ตอนนี้ก็ต้องคิดแล้วว่าจะเดินทางแบบไหน (เครืองบิน รถยนต์ มอไซด์ รถทัวร์ ฯลฯ) ถ้าไปทางเครื่องบินจะได้จองตั๋วตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้ราคาถูก ทริปนี้เน้นกินหรือท่องเที่ยวโบราณสถาน ต้องใช้เงินเท่าไหร่ เราจะได้ออกแบบโปรแกรมเที่ยวให้ตรงกับความต้องการ รวมถึงการเลือกที่พักใกล้ๆ เพื่อสะดวกกับการเดินทาง

รู้จักตัวเอง

รู้ว่าเราจะใช้เงินไปทำอะไรบ้าง โดยการตั้งเป้าหมายการเงินที่ดีต้องชัดเจน คือ “อะไร เท่าไหร่ เมื่อไหร่” เพื่อที่จะได้รู้ว่าตอนนี้เราจะต้องทำอะไรก่อนหลัง สำหรับคนที่ไม่ชำนาญการใช้เครื่องคิดเลขการเงินอาจจะคำนวณแบบธรรมดาที่ยังไม่รวบเงินเฟ้อ เพื่อจะได้เห็นตัวเลขคร่าวๆว่าอนาคตควรเตรียมเงินเก็บไว้เท่าไหร่

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการเงิน (เราจะใช้เงินก้อนนี้ไปทำอะไรบ้าง)

  • มีเงินฉุกเฉินเก็บไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่า่ย

  • อีก 20 ปีจะเกษียณ อยากใช้เดือนละ 20,000 บาท (เตรียมเงินไว้ประมาณ 10 ล้านบาท)

  • อีก 1 ปีไปเที่ยวต่างประเทศ ใช้เงินประมาณ 50,000 บาท

  • อีก 10 ปีลูกจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จะเก็บเงินให้ลูกเรียนประมาณ 400,000 บาท

2. เลือกวิธีเก็บเงินให้ตรงกับเป้าหมาย 

สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งใช้ระยะเวลาการเตรียมตัวแตกต่างกัน ถ้าไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ ใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน แพ็กกระเป๋าแป๊บเดียวก็เดินทางได้ทันที แต่ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศก็ต้องใช้เวลาเตรียมเยอะมาก ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง เสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ ฯลฯ

เรื่องการเก็บเงินก็เช่นกันที่ต้องเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายการเงิน  โดยเลือกให้ตรงกับช่วงเวลาที่จะใช้เงินและความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เพราะผลิตภัณฑ์การเงินแต่ละแบบมีนั้นลักษณะเฉพาะของตัวเองและความเสี่ยงไม่เท่ากัน จึงเหมาะสมกับเป้าหมายการเงินที่แตกต่างกัน

  • เป้าหมายการเงินระยะสั้น ควรเก็บไว้ที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง กองทุนรวมตลาดเงิน

  • เป้าหมายการเงินระยะกลางถึงยาว ควรเก็บไว้ที่ที่มีความเสี่ยงและสภาพคล่องระดับปานกลางถึงสูง เช่น สลากออมสิน(สภาพคล่องต่ำ) กองทุนรวม(ความเสี่ยงระดับ 4 ขึ้นไป) หุ้นรายตัว ฯลฯ

รู้เป้าหมาย รู้ที่เก็บเงิน

เราต้องคิดภาพใหญ่ออกมาก่อนว่าเราจะใช้เงินทำอะไร เท่าไหร่บ้าง แล้วค่อยแบ่งย่อยลงมาว่าแต่ละเดือนจะเก็บเงินเท่าไหร่และเก็บที่ไหน

รายได้ – เงินออม – หนี้สิน = รายจ่ายส่วนตัว

ภาพข้างล่างนี้เป็นบทสรุปของวิธีจัดการเงินของตัวเองว่า “ตอนนี้เราจะต้องเก็บเงินที่ไหนและเท่าไหร่” เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่คิดไว้ เช่น ฝากประจำเดือนละ 8,000 บาท ครบ 3 ปี มีเงินดาวน์บ้านเกือบ 300,000 บาท หลังกู้เงินซื้อย้านกับธนาคารแล้ว เงินออมก็จะย้ายไปอยู่ฝั่งหนี้สิน

คำถามช่วงต้นบทความตอบได้ด้วย “การตั้งเป้าหมายการเงินของตัวเอง” โดยมองภาพใหญ่ว่าทั้งชีวิตเราต้องการเงินไปทำอะไรบ้าง ในระยะสั้น กลางหรือยาว เรารับความเสี่ยงได้เท่าไหร่ แล้วเราจะรู้ว่าตอนนี้ควรจัดการอย่างไรกับเงินที่มีอยู่ เช่น  แต่ละเดือนต้องเก็บเงินที่ไหน จำนวนเท่าไหร่ กลยุทธ์การลงทุนซื้อหรือขาย การปรับพอร์ตทุกกี่เดือน ต้องการรับเงินปันผลหรือไม่ ฯลฯ

ประโยชน์ของการลงทุนระหว่างประเทศ

ประโยชน์ของการลงทุนระหว่างประเทศ

ประโยชน์ของการลงทุนระหว่างประเทศ

ประโยชน์ของการลงทุนระหว่างประเทศ โดนัลด์ ทรัมป์ มิได้ประกาศจะลดปริมาณการค้ากับต่างประเทศของสหรัฐอเมริกากับนานาประเทศเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่เกินดุลการค้ากับอเมริกา แต่จะลดการลงทุนระหว่างกันกับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย กล่าวคือ จะกีดกันมิให้ทุนของชาวอเมริกันไปลงทุนในต่างประเทศ และกีดกันนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในอเมริกา แต่จะสนับสนุนให้บริษัทอเมริกันลงทุนในอเมริกาเท่านั้น และจะกีดกันบริษัทต่างชาติไม่ให้มาลงทุนในอเมริกา กล่าวหาทุนอเมริกันว่าแทนที่จะลงทุนในอเมริกา สร้างงานให้กับคนอเมริกัน แต่กลับไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน เท่ากับทุนอเมริกันไปลงทุนสร้างงานให้กับคนจีนแล้วกลับมาขายให้คนอเมริกันซื้อเพื่ออุปโภคบริโภค เพราะผู้ผลิตในอเมริกาไม่มีประสิทธิภาพพอจะผลิตของแข่งขันกับจีนได้ แม้กระทั่งในตลาดอเมริกาเอง

 

 

โดนัลด์ ทรัมป์ จึงตั้งกำแพงภาษีไว้สำหรับเงินทุนอเมริกันที่จะนำไปลงทุนในจีนและประเทศอื่น ๆ โดยที่ตนไม่เข้าใจตลาดการลงทุนระหว่างประเทศ เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นผลเสียแก่สหรัฐและคนอเมริกันเองในระยะยาว ความคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ จึงเป็นความคิดที่ย้อนยุคกลับไปกว่า 250 ปีที่แล้ว ที่ ประธานาธิบดีมอนโรของสหรัฐ และ จักรพรรดิเฉียน หลง ของจีน รวมทั้งโชกุนของญี่ปุ่น ก็ไม่คิด

จะเปิดประเทศต้อนรับการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ แต่ในที่สุดก็สู้พลังทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้าพังทลายกำแพงที่ใช้ปิดกั้นการค้าและการลงทุนไม่ได้ จนเกิด “ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและภาษีศุลกากร” หรือ General Agreement on Tariffs and Trade หรือ GATT เกิด “องค์การการค้าโลก” หรือ World Trade Organization หรือ WTO ซึ่งอเมริกาเป็นตัวตั้งตัวตีคอยสนับสนุนทั้ง GATT และ WTO พยายามบีบบังคับให้ประเทศต่าง ๆ สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกของ WTO ยกเว้นประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ แต่ในที่สุดทั้งจีน รัสเซีย และประเทศในยุโรปตะวันออกก็สามารถเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกได้

ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรปตะวันตกเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากอังกฤษตอนกลางในศตวรรษที่ 18 และขยายตัวแพร่หลายไปยังทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19 การปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรปและอเมริกาเป็นเหตุให้ผู้ผลิตเห็นความสำคัญของ “ทุน”

ซึ่งแต่เดิมเคยให้ความสำคัญกับ “ที่ดิน” เป็นสิ่งสำคัญ ความคิดเปลี่ยนไปจากเดิมที่การถือว่า “ที่ดิน” ซึ่งรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วยเป็นปัจจัยผลิตที่สำคัญ กลายมาเป็น “ทุน” ซึ่งรวมทั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ

นักลงทุนจะสังเกตเห็นว่า เมื่อมีการลงทุนแรก ๆ ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนจะสูง เพราะสามารถขายได้ราคาดี ต้นทุนจะถูก แต่เมื่อลงทุนผลิตมาก ๆ เข้า วัตถุดิบจะมีราคาแพงขึ้น ค่าจ้างแรงงานก็จะสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าสำเร็จรูปที่ตนผลิตก็จะมีราคาที่ต่ำลงเพราะมีของเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น ตามหลักเกณฑ์ธรรมชาติของตลาดผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนก็จะลดลง ภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ประสิทธิภาพหน่วยสุดท้ายของทุน หรือ marginal efficiency of capital จะลดลง เมื่อผลตอบแทนลดลงจนเท่ากับดอกเบี้ยการลงทุนก็จะหยุด เงินทุนก็จะหาทางไปลงทุนที่อื่นที่ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนยังสูงอยู่ เพราะยังมีการลงทุนน้อย ปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงเกิดการเคลื่อนย้ายทุนจากที่ที่ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนต่ำ เพราะมีการลงทุนมาก่อนแล้ว เศรษฐกิจเจริญขึ้นแล้วมาสู่ที่ที่ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนที่ยังสูงอยู่ การลงทุนข้ามชาติจึงเกิดขึ้น

เมื่อเกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากประเทศที่มีการสะสมทุนมากมายังประเทศที่ยังมีการสะสมทุนน้อย แล้วนำสินค้ามาค้าขายกัน การเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศผสมกับการค้าระหว่างประเทศ จะเป็นเหตุให้ประเทศที่นำทุนมาลงทุนในประเทศที่รับการลงทุนได้ประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือ ประเทศที่มีทุนมากก็จะได้ผลตอบแทนต่อหน่วยลงทุนสูงขึ้น ประเทศที่เป็นผู้รับการลงทุนจากต่างประเทศก็จะสามารถผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาของปัจจัยการผลิต อันได้แก่ ดอกเบี้ย และค่าจ้างแรงงาน ก็มีแนวโน้มที่จะมีความแตกต่างกันลดลงด้วย ฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ใช้แรงงานและเจ้าของทุนก็จะมีฐานะแตกต่างกันน้อยลง

เนื่องจากทุนมีน้อยและจำกัด อยู่ในมือคนจำนวนน้อย ผลตอบแทนของเงินทุนจึงสูงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนต่อผู้ใช้แรงงาน เพราะแรงงานมักจะมีมากจนเกินความต้องการของตลาด อำนาจต่อรองของผู้ใช้แรงงานกับผู้เป็น

เจ้าของทุนจึงมีน้อยกว่า การจัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อต่อรองกับเจ้าของทุนจึงเกิดขึ้น นอกเหนือจากรัฐบาลที่จะต้องเข้ามามีบทบาทเพื่อให้การต่อรองเป็นไปอย่างยุติธรรม การเกิดขึ้นของ “ค่าแรงขั้นต่ำ” และกรรมการไตรภาคีในการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำจึงเกิดขึ้น

การลงทุนระหว่างประเทศจึงมีส่วนสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน การค้าระหว่างประเทศก็เป็นแรงผลักดันให้มีการลงทุนระหว่างประเทศ

เนื่องจากความแตกต่างของระดับการพัฒนาของแต่ละประเทศ ความแตกต่างของผลตอบแทนต่อปัจจัยการผลิต อันได้แก่ แรงงาน และเงินทุน จึงทำให้เกิดแรงผลักดันให้เกิดการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิต อันได้แก่ การเคลื่อนย้ายของเงินทุน และแรงงานการเคลื่อนย้ายของทุนมักจะไม่มีปัญหา ประเทศที่ขาดแคลนเงินทุนก็ต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศที่มีเงินทุนเหลือเฟือก็ต้องการนำเงินมาลงทุนในประเทศที่ขาดแคลนเงินทุน ซึ่งค่าตอบแทนต่อหน่วยการลงทุนมักจะสูงกว่า

แต่ในกรณีแรงงาน แม้จะมีแรงผลักดันให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าไปสู่ประเทศที่ผลตอบแทนต่อการจ้างงานสูงกว่า แต่กรณีนี้ด้วยเหตุผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทุกประเทศจึงกีดกันการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า มีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าไปสู่ประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่า มีค่าจ้างแรงงานสูงกว่า มีรายได้โดยทั่วไปสูงกว่า หากปล่อยให้มีแรงงานจากต่างประเทศเข้ามา

มาก ค่าจ้างแรงงานก็จะลดลง หรือถ้าค่าจ้างแรงงานของแรงงานท้องถิ่นไม่ลดลง “การว่างงาน” ในประเทศที่ค่าจ้างแรงงานสูงก็จะเกิดขึ้น เพื่อรักษาระดับค่าจ้างแรงงานและรายได้ของคนส่วนใหญ่ในประเทศให้สูงขึ้น ทุกประเทศจึงกีดกันการโยกย้ายแรงงานจากประเทศที่มีแรงงานเหลือเฟือเข้ามาสู่ตลาดแรงงานของตน

ประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแล้ว จะมีระบบสวัสดิการสังคม หรือ social welfare ที่ดีกว่าระบบสวัสดิการสังคมของผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า หมายความว่า ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าต้องรับภาระภาษีในอัตราที่สูงกว่า แต่ด้วยเหตุผลเรื่องความสงบเรียบร้อย เรื่องความเป็นธรรมในสังคม “ผู้ที่เอาจากสังคมมากกว่าก็ควรเป็นผู้ที่ให้กับสังคมมากกว่า” ผู้ที่ได้จากสังคมมากกว่าทั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุข อาหารการกิน การมีโอกาสในระบบเศรษฐกิจเสรีมากกว่า เนื่องจากตนได้เปรียบในเรื่องอื่น ๆ จึงเป็นเหตุให้ตนได้จากสังคมมากกว่าผู้อื่น ผู้ที่ได้จากสังคมมากกว่าผู้อื่นก็ควรต้องรับภาระต่อสังคมมากกว่าผู้อื่นด้วย สังคมจึงจะอยู่ได้ด้วยความสงบสุข

 

เมื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมมีความแตกต่างกันไม่มาก อันเป็นเหตุผลของภาษีที่ควรจะก้าวหน้า progressive แทนที่จะถดถอย regressive ประเทศที่ก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจจนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับสูง ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในเรื่องสวัสดิการสำหรับคนที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับหนึ่งมีสูง อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากก็อยู่ไม่ได้

จะต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดแรงงาน ใช้เครื่องยนต์กลไกออโตเมติก ใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานคนมากขึ้นจึงจะอยู่ได้ มิฉะนั้น ก็จะต้องโยกย้ายทุนและโรงงานไปอยู่ในต่างประเทศ

รายได้ของประเทศจากการส่งออกสินค้าและแรงงาน เมื่อเทียบกับรายได้จากเงินปันผล ดอกเบี้ย รายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ค่าลิขสิทธิ์ นิมิตสิทธิ์ ค่าเช่าและลาภลอย หรือ capital gain จากการเปลี่ยนแปลงของราคาทรัพย์สินทางการเงิน หรือทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ รายได้จากการบริหารสินทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งต้องพึ่งตลาดทุนในสหรัฐอเมริกาในฐานะเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการค้าของโลก

จากทุนที่เคยอยู่ในยุโรปแต่ได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ที่อเมริกา สหรัฐอเมริกาจึงเป็นศูนย์กลางตลาดเงิน อันได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินอื่น ๆ และเป็นศูนย์กลางของตลาดทุน การระดมทุนขนาดใหญ่ในโลกต้องผ่านบริษัทตัวแทนของสหรัฐรับประกันการขายทรัพย์สินทางการเงิน

กิจกรรมเหล่านี้ได้สร้างรายได้ให้กับคนอเมริกันจำนวนมหาศาลให้กับผู้ออมในสหรัฐ แม้ว่าจะมีความผันผวนขึ้นลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่ก็มีความแน่นอนขั้นหนึ่งที่ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับหลักประกันระดับหนึ่งที่สูงกว่าประเทศอื่น

 

 

การประกาศให้สหรัฐถอยหลังเข้าคลองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากจะเป็นไปไม่ได้ในระดับสูง หรือจะเป็นไปได้ก็ในระดับต่ำมากแล้ว ยังเป็นการสร้างบรรยากาศในทางลบให้กับการเคลื่อนย้ายทุนจากที่ที่มีผลตอบแทนต่ำ เช่น ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และที่อื่น ไปยังแหล่งที่ขาดแคลนเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งผลตอบแทนต่อหน่วยลงทุนสูงกว่า เป็นการลดผลประโยชน์ของผู้ออมซึ่งจำนวนมากเป็นครัวเรือนชาวอเมริกัน เพราะเป็นประเทศที่ประชาชนมีรายได้สูง อัตราการออมก็ต้องสูงกว่าประเทศที่ประชาชนมีรายได้ต่ำ ทุกฝ่ายทั้งผู้ออมในสหรัฐและผู้ใช้เงินออมในประเทศกำลังพัฒนา เสียผลประโยชน์หมดทุกฝ่าย