Monthly ArchiveFebruary 2019

ประเภทบัญชีเงินฝาก

ทำความรู้จัก ประเภทบัญชีเงินฝาก และวัตถุประสงค์

ประเภทบัญชีเงินฝาก ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบมีทั้งฝากระยะสั้น หรือแม้กระทั้งการฝากแบบ ระยะยาว อีกทั้งธนาคารแต่ละที่ก็จะมีนโยบาลในการฝากที่แตกต่างกันออกไป ทั้งระยะเวลาในการฝากเงิน และอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นทุกคนควรที่จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทบัญชีเงินฝาก ว่าแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันยังไง แบบไหนที่จะเหมาะกับการฝากเงินของคุณ

#1 เงินฝากออมทรัพย์
เป็นบัญชีที่เหมาะสำหรับบุคคลที่ออมรายย่อย โดยที่ประเภทนี้จะไม่มีกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ รวมทั้งไม่มีกำหนดระยะเวลาในการรับฝาก มีความคล่องตัวด้านการเบิกถอน จะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน แต่จะสะสมยอดไว้และจ่ายให้กับผู้ฝาก ปีละ 2 ครั้ง

จุดเด่น
1. มีความมั่นคง (ตราบใดที่ยังมีการคุ้มครองเงินฝาก)
2. สภาพคล่องสูง ฝาก ถอนเมื่อไหร่ก็ได้
3. มีเงินน้อยก็สามารถฝากได้
4. ได้รับผลตอบแทนแน่นอน

จุดด้อย
1. ผลตอบแทนปานกลาง แต่มักจะน้อยกว่าบัญชีเงินฝากประจำ
2. ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย (ในกรณีที่ดอกเบี้ยรับเกิน 20,000 บาท ต่อปี)

#2 เงินฝากประจำ
เป็นบัญชีที่เหมาะสำหรับบุคคลที่ออมแบบมีระยะเวลาแน่นอน เช่น ระยะเวลาฝาก 3 6 เดือน ถึง 1 ปี เป็นต้น บัญชีเงินฝากประจำจะได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เพราะเป็นเงินฝากที่มีระยะเวลานาน ทำให้ธนาคารสามารถนำไปหาผลประโยชน์ได้สะดวกกว่าเงินฝากประเภทอื่น

จุดเด่น
1. มีความมั่นคง (ตราบใดที่ยังมีการคุ้มครองเงินฝาก)
2. ได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์
3. ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน
4. สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้

จุดด้อย
1. ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย
2. เงินฝากถูก Lock ไว้ เพราะฉะนั้นอาจเสียโอกาสที่จะนำไปฝากที่อื่น หากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
3. ถ้าถอนก่อนกำหนด อาจได้ดอกเบี้ยเพียงนิดเดียว

#3 เงินฝากกระแสรายวัน
เป็นบัญชีที่มีความคล่องตัวสูง เบิกถอนหรือโอนให้บุคคลอื่นได้โดยการสั่งจ่ายเช็ค เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสะดวก ซึ่งปกติธนาคารจะไม่ให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากประเภทนี้ เพราะว่าบัญชีประเภทนี้ให้ประโยชน์ทางอ้อมที่ไม่เป็นตัวเงินกับผู้ฝาก

จุดเด่น
1. สะดวก สภาพคล่องสูง
2. ใช้ร่วมกับเช็คได้
3. สามารถขอวงเงินเบิกเกินบัญชีได้

จุดด้อย
1. ไม่ได้รับดอกเบี้ย

ก่อนที่จะเลือกเปิดบัญชีประเภทใดๆ เราควรทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของประเภทบัญชีนั้นให้ดีก่อนนะครับ และเมื่อคุณพอเข้าใจเกี่ยวกับประเภทบัญชีแล้วก็ลองมองหาว่า ประเภทบัญชีแบบไหนที่จะเหมาะกับคุณ หากคุณยังไม่มั่นก็สามารถที่จะสอบถามกับทางพนักงานของธนาคารได้

เทคนิคการลงทุน สไตล์มนุษย์เงินเดือน

เทคนิคการลงทุน สไตล์ มนุษย์เงินเดือน!!!

เทคนิคการลงทุน ที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนนั้นใครว่ามันไม่มี เพียงแต่การลงทุนที่จะทำให้เงินก้อนเล็กๆกลายเป็น เงินก้อนโต ได้โดยไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวนั้น มันค่อยข้างจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงเทคนิคบางส่วนที่จะมาช่วยในการทำให้เงินก้อนเล็ก ๆ ที่คุณมีนั้นกลายเป็นเงินก้อนโตได้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย

เทคนิคการลงทุน สไตล์มนุษย์เงินเดือน

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด

การที่เราจะเก็บเงิน หรือแม้กระทั้งการจะลงทุนกับอะไรก็ตาม เราจะต้องมีเป้าหมายในการจะทำสิ่ง ๆ นั้นด้วยว่า เราทำไปเพื่ออะไร และเป้าหมายของการลงทุนครั้งนี้คืออะไร ซึ่งการที่เรา ตั้งเป้าหมาย ได้นั้นจะช่วยให้เรา วางแผนการลงทุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดียิ่งขึ้น

ควรมีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน

สิ่งนี้เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในกรณีที่เิกดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราควรที่จะมี เงินสำรองและแผนสำรอง เผื่อไว้ด้วย เพราะในทุก ๆ การลงทุน ย่อมมีช่วงเวลาที่เกิดเหตุที่ไม่เป็นไปต่างแผนของเราแน่นอน การมีเงินสำรองไว้จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อยนั้นเอง

ศึกษา/หาข้อมูล เกี่ยวกับสิ่งที่จะลงทุน

หากเราลงทุนในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือสิ่งที่เรารู้จริงจะทำให้เราสนุกกับสิ่งนั้นไปได้นาน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากเลย มันจะทำให้คุณเดินไปเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างรวดเร็ว ดีกว่าการมานั่งศึกษาในสิ่งที่คุณไม่รู้เลยใหม่ตั้งแต่ต้น นอกจากการหาข้อมูลแล้ว การที่เรามีที่ปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำที่ดีด้วยนั้น จะช่วยให้เราเอาความรู้ใหม่ ๆ หรือคำแนะนำต่าง ๆ มาช่วยในการพัฒนาหรือแก้ปัญหาได้ในการลงทุนของเราได้ด้วย

การวางแผนการลงทุน

การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินประโยคแบบนี้มาไม่ใช่น้อย และการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนการลงทุนของเรานั้นเอง การที่เรามีเงินที่จะลงทุนจำกัด ควรจะนำเงินไปลงทุนในด้านของการฝากเงินออมทรัพย์ ส่วนคนที่มีเงินมากพอที่จะรับความเสี่ยงนั้นได้ อาจจะมีการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเลยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่แย่เหมือนกัน แต่ย้ำนะว่าเหมาะสำหรับคนที่พอจะรับความเสี่ยงที่สูงได้ เท่านั้น!!!

เลือกทำธุรกิจเล็ก ๆ

การจะเริ่มทำการลงทุนโดยไม่มีประสบการณ์ด้านนั้นเลย ถือว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงต่อการล้มเหลวมาก ๆ การที่จะเริ่มต้นลงลทุนกับธุรกิจเล็ก ๆ จะทำให้เราได้รู้เทคนิค วิธีการบริหาร ปัญหาของการทำธุรกิจ เพราะหากธุรกิจนั้นล้มเหลวก็ยังเสียเงินทุนไม่มากนัก แลกกับประสบการณ์ที่ได้มาก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว และหากเมื่อไหร่ที่ธุรกิจที่ทำอยู่ รอดได้ แล้วหล่ะก็ โอกาสที่คุณจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบไหนก็อย่าลืม เก็บเงินออม ไว้ด้วยนะ แบ่งสัดส่วนของเงินให้ชัดเจนว่า เงินส่วนไหนที่จะเก็บไว้ลงทุน เงินส่วนไหนที่จะเก็บไว้ออมทรัพย์ เพื่ออนาคตข้างหน้า ยังไงก็ลองมองหาแนวทางการลงทุนของตัวเองดู ทำให้สิ่งที่ชอบ และรักในสิ่งที่ทำ จะทำให้คุณมีความสุขไปพร้อมกับการพัฒนาสิ่งเหล่านั้นไปด้วย